
ค่ำคืนนี้ฝนตกหนักเป็นพิเศษ เสียงฝนตกสลับกับเสียงหวีดหวิวของลมที่พัดเข้ามาทำให้มุมหน้าต่างกระทบกันดังลั่นไปทั่วห้อง เงาต้นไม้รก ๆ เต้นรำอยู่ภายใต้แสงไฟของท้องถนนอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมาอย่างกระทันหันและทำให้ฉันเกิดความรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก งานที่คุณพ่อกำชับให้ทำแทนก็ยังทำไม่เสร็จ ทว่าฉันไม่มีจิตกะใจที่จะอ่านมันเข้าไปเลยสักตัวเดียว ฉันไม่สามารถติดต่อคุณพ่อได้ตั้งแต่ตอนช่วงสาย เรื่องนี้มันทำให้จิตใจของฉันเป็นกังวลอย่างมาก
ตัวอักษรบนเอกสารยิ่งดูยิ่งตัวใหญ่ ยิ่งดูยิ่งเลือนราง โซฟาบนห้องรับแขกกลับดูสบายจนไม่สามารถหาอะไรมาเปรียบ เสียงสายฝนและลมที่พัดพาดูเหมือนจะคลุกเคล้าไปด้วยเสียงร้องคำราม ทันใดนั้น ฉากที่เห็นอยู่เบื้องหน้าพลันเปลี่ยนแปลงไป
ภายในปราสาทที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดียวในค่ำคืนที่มืดมิด เงาสีดำหลายเงากระโดดออกมาจากมุมมืด มันกระโจนเข้าต่อสู้ใส่กันเป็นระยะ เกิดเป็นเสียงกรีดร้องแหบต่ำ ดวงตาโปนแดงก่ำด้วยเส้นเลือดมีประกายแสงสว่างสีเขียวสะท้อนออกมาในมุมมืด ดุร้ายราวกับใบมีดที่ต้องการจะสับคู่ต่อสู้ให้แหลกเป็นชิ้น ๆ เสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้ง
ฉันอยากจะพุ่งตัวออกไปช่วย ทว่าร่างกายกับหนักอึ้งราวกับถูกหินหนักหลายร้อยกิโลกดทับเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้ตามใจนึก
ฉันพยายามที่จะสะบัดให้หลุดพ้นจากพลังบังคับนี้ ทันใดนั้น หมาป่าตัวใหญ่ที่ไม่รู้โผล่มาจากที่ไหน มันกลายร่างเป็นชายหนุ่มรูปร่างอ้วนท้วม เขายิ้มอย่างหื่นกระหายและค่อย ๆ ย่างกรายเข้ามา ถึงแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของเขาแต่ก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นใคร บุคลลที่ร้ายกาจราวกับงูพิษ ความฝันนี้ช่างเหมือนจริงมากกว่าครั้งไหน ๆ ฉันสัมผัสได้ถึงความน่าขยะแขยงของมือเขาที่สัมผัสไปตามร่างกายของฉัน ความรู้สึกแบบนี้ยอมตายเสียยังดีกว่า ฉันพยายามจะรวบรวมพละกำลังทั้งหมดจนในที่สุดสามารถเอาชนะพลังควบคุมและวิ่งหนีเข้าไปในป่ามืดด้านนอกของปราสาท
ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือฝูงหมาป่ากำลังรุมทำร้ายหมาป่าตัวหนึ่ง ตัวที่ถูกทำร้ายก็คือเพย์น เจคอปผู้นำของ A Pack ฉันอยากตะโกนร้องเรียก อยากพุ่งเข้าไปช่วยแต่เหมือนมีเขตพลังที่มองไม่เห็นบังเอาไว้ ได้เพียงมองหมาป่าตัวอื่น ๆ รุมกัดคุณพ่อต่อหน้าต่อตา ในลำคอก็เหมือนมีอะไรบางอย่างอุดยัดเอาไว้ทำให้ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้
ในขณะที่ภายในใจร้อนรนราวกองเพลิงสุมอยู่ในอก ร่างใหญ่ยักษ์ถูกโยนสะบัดไปอีกทาง ทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผล เลือดหยดนองจนพื้นแดงฉาน คุณพ่อล้มลงบนพื้นและพยายามที่จะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น ทว่าหลังจากที่พยายามอยู่หลายครั้งในที่สุดก็ฟุบลงกับพื้น เลือดทะลักออกจากปาก
“คุณพ่อ…คุณพ่อคะ…เป็นอะไรไปคะ? เฮ้ คุณพ่อคืออัลฟ่านะ ไม่มีทางที่จะล้มลงไปแบบนี้…คุณพ่อ”ในที่สุดก็สามารถเปล่งเสียงออกมาจากลำคอได้ พลันสะดุ้งตื่นขึ้นมา ใจเต้นแรงตึกตักราวจะทะลุออกจากอก แท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้น ภาพในความฝันช่างดูราวกับเหตุการณ์จริง ฉันรีบลุกพรวดขึ้นนั่งจนรู้สึกตาพร่ามัว วิงเวียนศีรษะ ความรู้สึกนี้ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน หรือว่านี่จะเป็นพลังการรับรู้ล่วงหน้าที่ถูกปลุกขึ้น หมาป่ายักษ์ดุร้ายตัวนั้นเป็นใครกัน แม้ว่าตื่นขึ้นมาจากความฝันแล้วแต่ภาพฝันที่ชัดเจนราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงนั้นช่างทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดผวา
นับตั้งแต่ที่ฉันสามารถกลายร่างได้สำเร็จ บางครั้งก็สามารถสัมผัสได้ถึงเสียงเรียกจากพลังลึกลับบางอย่าง พลังนี้จะทำให้มีความสามารถรับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ทว่าราคาที่ต้องจ่ายก็คือการที่ในอนาคตหนึ่งเดือนนั้นจะอ่อนแอลงอย่างมากจนไม่สามารถที่จะใช้พลังในการกลายร่างได้
ฉันควานหาโทรศัพท์และต่อสายหาคุณพ่ออีกครั้ง ก็ยังคงไม่สามารถติดต่อคุณเพย์นได้ เทพธิดาจันทราลูกขอร้อง ได้โปรดอย่าได้ล้อเล่นเช่นนี้ ได้โปรดบอกลูกว่าคุณพ่อไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ลางสังหรณ์ที่ลูกสัมผัสได้มันผิด
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังออกมาจากข้างนอก ฉันโซซัดโซเซพุ่งออกไป ขอบคุณสวรรค์ คุณพ่อกลับมาแล้ว
“ คุณพ่อคะ…ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะคะคุณพ่อ? ใครทำร้ายคุณพ่อแบบนี้ แล้วบอดี้การ์ดหายไปไหนคะ? ” ลางสังหรณ์เป็นจริง
ร่างกายสูงใหญ่ของคุณพ่อดูราวกับกำลังจะแตกสลาย ร่างกายเต็มไปด้วยรอยเลือดและบาดแผลมากมาย ใบหน้าที่เคยทำให้สตรีทั่วทั้งpackลุ่มหลงจนนับไม่ถ้วน บัดนี้มีแผลใหม่เพิ่มขึ้นมา
“อกาธา ลูกจะต้องระวัง จะต้อง…ระ…” คุณพ่อหน้าซีดขาวราวกับกระดาษลมพับไปกับพื้น
เทพธิดาจันทราโปรดปกปักษ์คุ้มครอง นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคุณพ่อกันแน่!
“อกาธา มีบางเรื่องที่พ่อคิดว่าจะต้องบอกกับลูก” นี่คือประโยคแรกที่คุณพ่อพูดกับฉันหลังฟื้นขึ้นมา ในขณะที่เล่าเรื่องราวใบหน้าที่มองมาเต็มไปด้วยความกังวล“A Pack ของพวกเรามีศัตรูเก่าที่เมื่อสามสิบปีก่อนพ่อและบรรดาผู้อาวุโสทั้งหลายได้ร่วมมือกันจัดการจนพวกมันพ่ายแพ้และล่าถอยไป ทว่าช่วงนี้พวกมันจะย้อนกลับมาแก้แค้น อีกทั้งยังมีพละกำลังมากกว่าแต่ก่อน พวกเราแพ้ราบเป็นหน้ากลอง เป้าหมายของพวกมันนั้นชัดเจนมากว่าต้องการกลับมาแก้แค้น และจะกลืนเอา Pack ของเราให้กลายเป็นของมัน รุ่นต่อไปจะต้องเตรียมตัวเองไว้ให้ดี พวกมันอาจจะบุกเข้ามาได้ตลอดเวลา… เพียงแต่…”
คุณพ่อไอออกมาอย่างแรง จนกระทั่งไอออกมาเป็นเลือดถึงหยุดลง พลางส่ายหน้าอย่างหมดหนทาง กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “พวกเราเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน พวกมันเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเผ่าทมิฬ สถานการณ์ของผู้อาวุโสหลาย ๆ ท่านนั้นแย่กว่าพ่อมากนัก ”
คุณพ่อ “อย่างนั้นลูกจะต้องทำอย่างไร ตอนนี้ลูกจะต้องไปเข้าร่วมพันธมิตรกับเผ่าอื่นหรือ?”
คิ้วของคุณพ่อย่นจนเกือบจะผูกกันเป็นโบว์ “ไม่มีประโยชน์ มีแค่โจนาธานเท่านั้นที่จะต่อกรกับพวกมันได้”พู ดจบก็หันหน้ามามองฉันอีกครั้ง ซึ่งมันทำให้ฉันสับสนมึนงงเป็นอย่างมาก
โจนาธาน คาร์ลเป็นคนที่แขนเสื้อยาวระบำงาม เขามีเส้นสายอยู่ใน Pack ต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ทำให้ทุกคนที่อยู่ใน Pack ต่างให้เกียรติเขาเป็นอย่างยิ่งและไม่กล้าที่จะล่วงเกินเขา
“เมื่อไม่นานมานี้พ่อได้เดินทางไปพบเขา เขาสามารถช่วยพลิกวิกฤติในครั้งนี้ได้ ทว่าเงื่อนไขแลกเปลี่ยนที่เขาต้องการคือ เขาอยากจะ…แต่งงานกับลูก พ่อรู้ความคิดของลูกดี ดังนั้น…จึงไม่ได้บอกกับลูก” คุณพ่อยื่นมือมาลูบผมยาวและมองฉันด้วยความรัก “อธากาลูกรัก เจ้าเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของพ่อ พ่อเองก็ทำใจให้ลูกแต่งงานกับคนที่มีอายุเยอะกว่ามากมายขนาดนั้นไม่ลง พวกเราค่อยหาวิธีการอื่นดู เทพธิดาจันทราคงจะไม่ยอมปล่อยให้พวกเราถูกล้างเผ่าพันธุ์ไปต่อหน้าต่อตาหรอก รอให้ฟ้าสว่าง พ่อจะติดต่อเขาไปอีกที ลูกไม่ต้องเป็นกังวลไปนะ”
ฉันอึ้งไปชั่วขณะ โจนาธาน ฉันจำเขาได้เป็นอย่างดี ชายอ้วนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับคุณพ่อ เมื่อก่อนฉันคิดว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจเมตตากรุณา แต่ในงานเลี้ยงอาหารค่ำครั้งหนึ่ง เขาชวนฉันออกไปเต้นรำ ตอนนั้นฉันเองก็ไม่ได้คิดอะไร ทว่าบนฟลอร์เต้นรำ เขาเอาตัวเข้ามาใกล้ฉันมากจนเกินไป มือที่วางอยู่บนหลังของฉันก็ลูบไล้ไปมาอย่างไม่เกรงใจ ฉันเองสัมผัสได้ว่าฝ่ามือของเขาเคลื่อนลงมาจนถึงสะโพกจึงพยายามเคลื่อนตัวออกห่างอย่างระมัดระวัง เขาแค่ใช้แค่มือเดียวก็สามารถดึงฉันกลับเข้าไปในอ้อมกอดของเขา ลมหายใจเข้าออกหนัก ๆ ของเขาเป่ารดใบหูของฉัน “อธากา เธอช่างงดงามเหลือเกิน ฉันจะต้องเอาเธอมาเป็นของฉันให้ได้”
เรื่องในตอนนั้นเป็นเหมือนฝันร้าย ฉันไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้คุณพ่อฟังเพราะรู้ดีว่าคุณพ่อจะต้องแตกหักกับโจนาธานอย่างแน่นอน อีกอย่างA Pack ของเราก็คงจะไม่สามารถรับมือกับการโจมตีจากโจนาธานได้ ฉันไม่อยากเป็นชนวนของหายนะเฉกเช่นเฮเลนแห่งเมืองทรอยหรอกนะ
ใน A Pack ฉันก็มีฉายาว่า “เฮเลน” จริง ๆ ฉันจัดได้ว่าเป็นคนที่มีรูปโฉมงดงามที่สุดในเผ่า ไม่มีหมาป่าตัวเมียตัวไหนที่จะมีหน้าตาหรือรูปร่างเฉกเช่นนี้ อีกทั้งฉันเองยังเป็นหมาป่าสีแดงตัวเดียวใน Pack ดังนั้นตั้งแต่เด็กจนโตหัวกระไดบ้านจึงไม่เคยแห้ง แต่ฉันก็ปฏิเสธไปทั้งหมด ฉันศรัทธาในตัวเทพธิดาแห่งจันทรา ฉันเชื่อว่าท่านจะต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ฉัน เชื่อว่าท่านจะทำให้คู่แท้ของฉันรู้ตัว ไม่ว่าจะอยู่ไกลเพียงใดก็ออกตามหาฉันจนเจอ ฉันจะต้อนรับเขาด้วยจุมพิตที่ซื่อสัตย์และบริสุทธิ์ที่สุด
แต่วิกฤติตรงหน้าจะจัดการอย่างไร ค่ำคืนนี้ท่ามกลางเสียงลมและฝนฉันเอาแต่พลิกตัวไปมาบนเตียงไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ โจนาธานชื่อนี้เป็นดั่งคำสาปที่ทำให้ผู้คนต้องปวดหัว จนในที่สุดฉันก็หลับไปด้วยอาการเวียนศีรษะตอนเกือบจะรุ่งสาง
ในตอนที่ฉันตื่นขึ้นมา อาการวิงเวียนศีรษะก็เหมือนจะทุเลาขึ้น แต่ได้ยินเสียงคำรามเลือนลางของคุณพ่อที่ลอยมาจากห้องใกล้ๆ “Pack ของพวกเราไม่มีทางที่จะก้มหัวให้พวกแก ต่อให้ตระกูลเจคอปเหลืออยู่เพียงคนเดียว พวกเราก็จะสู้กับพวกแกจนกว่าหัวจะหลุดออกจากบ่า อธากา…หุบปากซะ…อย่าแม้แต่จะคิด…นี่แกกล้า!”
ห้องหนังสือที่อยู่ถัดไป คุณพ่อโกรธจนหน้าเขียว เขาโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างไม่แยแส ฉันมองเห็นกรงเล็บของหมาป่าสองตัววางอยู่บนโต๊ะ เทพธิดาแห่งจันทรา! สีขนแบบนั้นเป็นบุตรชายของท่านผู้อาวุโสทั้งสองท่าน ฝั่งตรงข้ามลงมือโจมตีมนุษย์หมาป่าในรุ่นของฉันแล้วอย่างนั้นหรือ
อีกทั้งสองคนนั้นยังเป็นผู้ที่นับว่ายอดเยี่ยมมากกว่าผู้ใดในรุ่นของฉัน สีหน้าของคุณพ่อไม่น่าดูเอาซะเลย เห็นได้ชัดว่าโทรศัพท์สายเมื่อครู่คงจะเป็นการโทรมาข่มขู่จากฝั่งตรงข้าม ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ เสียงที่เปล่งออกไปเงียบสงบจนฉันเองรู้สึกไม่คุ้นเคย “ลูกได้ยินเสียงคุณพ่อคุยโทรศัพท์แล้ว นี่พวกเขากำลังจะจู่โจมสำนักงานใหญ่ของพวกเราอย่างนั้นหรือคะ”
คุณพ่อส่ายหัวด้วยความยากลำบาก: “พวกมันไม่เพียงแต่ส่งสารท้ารบว่าจะบุกเข้ามาโจมตีเท่านั้น แต่ยังข่มขู่ว่าจะทำร้ายลูกด้วย อธาการ ก่อนที่สถานการณ์จะร้ายแรงไปมากกว่านี้ ลูกรีบหนีไปซะ พ่อไม่สามารถมองเห็นลูกตกไปอยู่ในมือของพวกมันได้ ”
ฉันยิ้มอย่างขมขื่น “คุณพ่อคะ เมื่อคืนตอนที่รอคุณพ่อกลับมา ความสามารถในการรับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ตอนนี้ลูกไม่สามารถกลายร่างได้ ” ฉันมองไปที่กรงเล็บหมาป่าบนโต๊ะและพูดช้า ๆ “ในฐานะลูกสาวของอัลฟ่า ลูกรู้ว่ามีภาระความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับ ในตอนนี้สิ่งที่ลูกจะทำเพื่อ Pack ได้ก็คือการไม่ให้คนในเผ่าต้องพลีชีพอย่างไร้ค่า ”
ผู้เป็นพ่อดูประหลาดใจ พลันแปรเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าที่หมดหนทางและเจ็บปวด ในความทรงจำของฉัน แผ่นหลังของคุณพ่อดูผึ่งผายแข็งแกร่งหน้าเกรงขาม ทว่าตอนนี้หลังของเขาค่อมลงเล็กน้อย ผมของคุณพ่อก็ปรากฏสีดอกเลาแซมอยู่
ฉันปวดใจอยู่พักหนึ่ง คุณพ่อที่เคยปกป้องฉันมาโดยตลอด หลังจากนี้ ให้ลูกเป็นคนปกป้องคุณพ่อบ้าง ดังนั้น ถึงแม้ในใจจะเจ็บปวดราวกับโดนมีดเฉือนแต่ก็พยายามฝืนยิ้มออกมา “คุณพ่อคะ คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงลูก ลูกตัดสินใจแล้ว พวกเราหาฤกษ์ยามเมื่อใดก็ได้ ให้ตระกูลคาร์ลมารับตัวลูกไป ลูกยอมรับคำขอแต่งงานของเขา”
หลังจากพูดจบคุณพ่อถึงกับคุกเข่าลงมากอดฉันเอาไว้ “ลูกเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นจึงไม่เคยกลัวอะไร แต่ว่าพวกเราจะต้องปกป้องคนในอาณัติ เพียงแค่ลูกยอมเสียสละ ไม่ต้องกังวลสิ่งใด พ่อจะต้องให้โจนาธานตระเตรียมงานแต่งวิวาห์ที่ดีที่สุดให้กับลูก หากลูกต้องได้รับความคับข้องใจเพียงเล็กน้อย พ่อจะจัดการเอาหัวเขามาแก้แค้นให้กับลูก”
คุณพ่อเร่งรีบไปที่คฤหาสน์ของโจนาธานเพื่อพูดคุยเรื่องงานวิวาห์ ฉันยืนรับลมยามเช้าอยู่ที่ระเบียง จินตนาการที่สวยงามเกี่ยวกับอนาคตและความรักที่เคยวาดฝันเอาไว้ปลิวหายไปภายในพริบตา โจนาธานกำลังจะกลายมาเป็นที่พักพิงของฉัน
เพื่อเป็นการซื้อเวลา ฉันคงจะต้องพักอยู่ที่บ้านของโจนาธานก่อนและต้องประกาศต่อสาธารณชนว่าฉันแต่งงานกับเขาแล้ว คุณพ่อบอกว่าตกลงกับโจนาธานอยู่ค่อนวันเขาถึงยอมตกลงว่ารอให้ฉันพร้อม จากนั้นค่อยจัดงานวิวาห์อย่างยิ่งใหญ่ ก่อนจะถึงวันนั้น เขาจะไม่แตะต้องฉันโดยเด็ดขาด
หลังจากยืนยันเรื่องนี้แล้ว คุณพ่อก็ไม่ให้ฉันไปยุ่งเรื่องของ Pack อีกแล้ว ให้ฉันเตรียมตัวทำหน้าที่เจ้าสาวอย่างสบายใจก็พอ สิ่งที่ฉันเคยรับผิดชอบก่อนหน้านี้ก็ถูกถ่ายโอนไปให้ผู้อื่นเป็นคนจัดการ ฉันเริ่มช่วยงานคุณพ่อตั้งแต่อายุยังไม่ถึง16ปีดี จนกระทั่งฉันอายุ20 หลายๆเรื่องฉันก็เป็นคนจัดการและตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ต่อให้คุณพ่อเดินทางไปต่างประเทศเป็นเดือนก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อ Pack ของพวกเรา
ฉันเคยชินกับการทำงานหนัก อยู่ดี ๆ ก็ต้องปล่อยวางมันลง ไม่ว่ายังไงก็รู้สึกไม่คุ้นชิน ทุก ๆ คนนับวันยิ่งยุ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่าทั้งเผ่ามีแค่ฉันคนเดียวที่เป็นคนว่างงาน บางครั้งฉันก็มันจะไปช่วยคนอื่นทำนู่นทำนี่ หรือบางครั้งก็มักจะนั่งวิตกกังวลอนาคตที่กำลังจะมาถึง ทำให้อารมณ์อ่อนไหวขึ้นมา
ไม่นานก็ถึงเวลาที่จะย้ายไปอยู่คฤหาสน์ของโจนาธาน คาร์ล โจนาธานส่งของขวัญมาให้เป็นการส่วนตัว ฉันกลับไม่พิษวาทของขวัญชิ้นน้อยชิ้นใหญ่พวกนั้นเลยสักนิด ฉันเกลียดรอยยิ้มจอมปลอมของโจนาธาน เกลียดที่เขาจุมพิตบนมือฉัน เกลียดกลิ่นของเขา โจนาธานมีความสุขอย่างมาก แอบคุยอยู่ในห้องหนังสือกับคุณพ่ออยู่พักใหญ่ ภายในงานเลี้ยงเขาใช้เสียงที่มีเพียงฉันที่ได้ยินกล่าวว่า “ที่รัก ฉันตั้งหน้าตั้งตารอเชยชมร่างกายที่ขาวโพลนราวกับแกะน้อยของเธอ ฉันรอให้ถึงงานแต่งงานของเราจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว” สายตาของเขาดูหิวกระหายเป็นอย่างมาก แม้ว่าวันนี้ฉันจะแต่งตัวอย่างเรียบร้อยรัดกุม แต่ฉันรู้สึกว่าในสายตาของเขาฉันคงจะเปลือยเปล่าอยู่แน่ ๆ และกลายเป็นลูกแกะที่รอวันถูกเชือด
เดิมทีฉันยังข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ได้ แต่เมื่อได้ยินเขากล่าวประโยคเช่นนี้ก็คิดไปถึงวันใดวันหนึ่งเขาจะใช้มือที่หยาบกระด้างมาสัมผัสฉัน ห้องนอนที่เต็มไปด้วยกลิ่นของคนแก่ คิดถึงริมฝีปากที่ทั้งใหญ่ทั้งกว้างนั้นมาจูบฉัน ฉันก็รู้สึกสะอิดสะเอียนจนต้องวิ่งหาห้องน้ำแทบไม่ทัน
ฉันพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเอาชนะความรู้สึกสะอิดสะเอียนนี้ให้ได้ พยายามที่จะสะกดจิตตัวเองเอาไว้เพื่อคนทั้ง Pack ฉันจะต้องยอมรับผู้ชายคนนั้นให้ได้ แม้ว่าเรื่องนี้จะถูกตกลงเอาไว้แล้ว แต่ความต้องการที่อยากจะหลบหนีกำลังคืบคลานเข้ามา ความรู้สึกขัดแย้งและต่อสู้ดิ้นรนนี้ดำเนินไปจนถึงตอนที่คนของคาร์ลมารับฉันถึงได้กลายเป็นเศษฝุ่นลอยหายไป
ในวินาทีนี้ ฉันยอมรับชะตากรรมของตัวเองแล้ว
ในขณะนี้ ฉันเอาแต่เหม่อมองดูคนที่เดินทางมารับฉัน โจนาธานรอคอยฉันอยู่ในคฤหาสน์สุดหรูของเขา แม้ว่ามันจะดูยิ่งใหญ่ แต่นี่ไม่ใช่งานงานแต่งงานที่ฉันวาดฝันไว้ ฉันคาดหวังมาโดยตลอดว่าคนที่เป็นคู่แท้ของฉันจะต้องเป็นชายหนุ่มรูปงาม ร่างกายแข็งแรงกำยำ เขาจะจัดงานแต่งงานให้ฉันอย่างยิ่งใหญ่ เขาจะรักฉัน ตามใจฉันไปตลอดชีวิต แทนที่จะเป็นสถานการณ์ที่จนตรอกเช่นนี้
“อธากา นี่คือคนขับรถที่โจนาธานส่งมา ลูกรีบลงมาเถอะ” คุณพ่อแหงนหน้าขึ้นมาเรียกฉันจากชั้นล่าง ปลุกฉันให้ตื่นจากความเคว้งคว้างในใจ
คนขับรถที่มารับฉันเป็นเด็กวัยรุ่นผู้ชาย เขารับกระเป๋าเดินทางในมือของฉันเอาไปถือไว้อย่างสุภาพ ใบหน้าที่หล่อเหลาประดับร้อยยิ้มที่อ่อนโยนสดใสเอาไว้ ให้ความรู้สึกปลอดภัย ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะสังเกตเขาอยู่พักหนึ่ง เขาสูงโปร่ง ไหล่ที่กว้างเหมือนจะเพิ่มความรู้สึกให้รู้สึกปลอดภัย แต่ไม่รู้ทำไม คนขับรถคนนี้ทำให้ฉันมึนงงไปชั่วขณะ ในความทรงจำราวกับมีอะไรบางอย่างสูญหายไป และไม่มีทางหาเจออีกเลย
“อธากาลูกเอ๋ย เป็นพ่อเองต่างหากที่ทำให้ลูกต้องลำบาก” น้ำตาที่คลออยู่บนเบ้าตาของคุณพ่อ ทำให้ความรู้สึกฉันหนักอึ้งมากกว่าเดิม ฉันฝืนบังคับตนเองให้ดูกระปรี้กระเปร่า กอดชายแก่ตรงหน้าเอาไว้ “คุณพ่อ อย่าได้คิดแบบนี้ ลูกคือบุตรสาวของอัลฟ่า และควรทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อความสบสุขของทุกคน”
เสียงคนขับรถทุ้มต่ำและไพเราะ “คุณผู้หญิงครับ พวกเรายังต้องเดินทางอีกยาวไกล อัลฟ่าจะต้องไม่เป็นไรอย่างแน่นอนครับ คุณผู้หญิงได้โปรดวางใจ
ฉันหันตัวไปมองเห็นใบหน้าของคนขับรถเต็มไปด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน


