
ดูเหมือนว่าเอ็ดมันด์จะคาดการณ์เอาไว้แล้ว เขาดึงมือของฉันกลับมากดไว้ที่ข้างหลังทำให้ไม่สามารถขยับได้ เป็นอีกครั้งที่ถูกเขากดเอาไว้จนแนบอกแบบนี้
เขาก้มหน้าลงมาพูดอยู่ข้างหู “ฉันขอแนะนำว่าเธอเอาของกลับไปเก็บไว้ที่เดิมแล้วถ่ายรูปเอาจะดีกว่า โจนาธานเป็นคนปราดเปรื่อง หากเขาพบว่ามีสิ่งของหายไป คุณลองเดาดูสิว่าเขาจะสงสัยในตัวคุณไหม”
ลมหายใจของเขาเป่ารดอยู่ที่ใบหูจนฉันอยากจะหลบหนี ทว่าพอหันหน้าไปริมฝีปากก็บังเอิญไปชนเข้ากับแก้มของเขา
ฉันรีบอธิบายพัลวัน “ฉะ…ฉันไม่ได้ตั้งใจ…”
แต่เห็นได้ชัดว่าเขากำลังสนุก เขายิ้มบาง ๆ “ฉันไม่ถือ หากคุณจะทำต่อไปอีกก็ได้นะ”
เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะลงมือกับติ่งหูของฉัน จึงรีบหมุนตัวเอามือไปปิดปากเขาเอาไว้ ทั้งโกรธทั้งอับอาย “ห้ามทำอีกนะ…อ๊า”
นี่เขาฉวยโอกาสจุมพิตฝ่ามือฉัน ถึงกับขนาดยื่นลิ้นออกมาเลียมือฉันเบาๆ
และการเลียนี้ก็เหมือนเลียไปถึงหัวใจของเรา ร่างกายฉันชาไปหมด ใบหน้าแดงลงไปจนถึงลำคอ
เอ็ดมันด์ฉวยโอกาสตอนที่ฉันกำลังงุนงง ก้มลงมาจุมพิตต้นคอของฉัน และกล่าวอย่างคลุมเครือ “อธากา เธอเป็นสมบัติล้ำค่า…ร่างกายของเธอช่างวิเศษเหลือเกิน ไม่ว่าตรงไหนก็สามารถจุดไฟได้ทุกที่”
หมายความว่ายังไง สมองของฉันหยุดทำงานไปชั่วขณะ ที่ไหนมีไฟ ทำไมไม่ไปช่วยดับไฟ
ทันใดนั้น ร่างกายก็รู้สึกเย็นวาบขึ้น
เอ็ดมันด์หยุดมือลงทันที ฉันก็เหมือนถูกดึงจากท้องฟ้าให้ลงมาสู่แดนมนุษย์
ให้ตาย! นี่ชุดคลุมฉันมันเปิดออกอีกแล้ว
เขายืนนิ่งอย่างตกตะลึง ร่างกายฉันเปลือยเปล่าต่อหน้าของเขาอีกแล้วหรอเนี่ย
ทั้งโกรธทั้งอับอายจนไม่รู้จะทำอย่างไร รีบดึงเสื้อคลุมมาปิดให้มิดชิด พร้อมตบหน้าเขาไปหนึ่งฉาด “เอ็ดมันด์ นายอย่ามารังแกคนอื่นแบบนี้นะ”
หลังจากถูกตบไปหนึ่งฉาดเอ็ดมันด์ก็เหมือนจะได้สติกลับมา เขาลูบแก้มข้างที่ถูกตบป้อยๆ ยักไหล่ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น “คุณลองพิจารณาดูคำพูดของผมให้ดี วางจดหมายกลับคืนไปซะ ถ้าหากเขารู้เข้าจะต้องเกิดการฆ่าปิดปากขึ้นแน่ ๆ มนุษย์หมาป่าที่งดงามเช่นนี้หากต้องมาตายด้วยน้ำมือของเขาน่าเสียดายออก จำไว้ มีอะไร ติดต่อผม!”
พูดจบเขาก้าวยาวๆไปจนถึงริมหน้าต่าง จากนั้นก็แปลงกายแล้วกระโจนออกไป ชายหนุ่มที่ชื่อมาร์ตินก็กล่าวขึ้น “เฮ้!เอ็ดมันด์ ทำไมจากไปง่ายๆแบบนี้ล่ะ? เมื่อครู่ฉันได้ยินเสียงที่ไม่ควรได้ยินเข้า หวังว่านายจะไม่ถือสานะ…ผู้หญิงคนนั้นนายไม่ชอบแล้วรึไง”
“หุบปาก นี่นายกำลังสอนฉันอยู่งั้นหรอ?”
ฉันเอามือทาบลงบนหน้าอก ยังตื่นตะหนกไม่หาย ทันใดนั้นก็พบว่าในฝ่ามือมีอะไรบางอย่างอยู่ ฉันเปิดออกดูคือกระดาษที่เขียนเบอร์โทรศัพท์ของเขา เอ็ดมันด์ นี่เขาเอาเวลาไหนไปเขียนเนี่ย หรือถือโอกาสตอนลวนลามเหล่าเนียงยัดใส่เข้ามาในมือฉัน ไม่สนแล้ว หากโจนาธานกลับมาตอนนี้คงจะยุ่งยากมาก ที่เขาพูดก็ไม่ผิด ฉันควรถ่ายรูปเก็บเอาไว้จะดีกว่า
ฉันหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปจดหมายที่ซ่อนเอาไว้ในอก จากนั้นจึงลองค้นหาจดหมายฉบับอื่นบนชั้นหนังสือ หลังจากที่ถ่ายรูปเก็บไว้แล้วก็รีบหนีกลับห้องนอน ใจของฉันถึงค่อยๆสงบลง เพื่อความปลอดภัยฉันเอารูปที่ถ่ายเก็บไว้กดส่งเข้าไปไว้ในอีเมลล์ จากนั้นก็ลบรูปออกจากโทรศัพท์ แล้วค่อยมาเปิดดูในอีเมลล์
โชคดีที่พวกของเอ็ดมันด์ก่อความวุ่นวายไม่น้อย โจนาธานจึงไม่ได้กลับมาอีก ทำให้ฉันมีเวลาเปิดอ่านจดหมายจนจบ จดหมายพวกนี้ทำให้ความสงสัยในใจของฉันยิ่งทวีคูณขึ้น ถึงแม้ว่าในจดหมายจะไม่ได้ลงชื่อของคุณพ่อเอาไว้ ทว่าสัญลักษณ์นั้นไม่มีทางเป็นของปลอม อีกอย่างลายมือก็เป็นของคุณพ่อเอง การเสียชีวิตของคุณแม่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆอีกต่อไป บนตัวคุณพ่อมีความลับอยู่มากมายขนาดนี้ คุณพ่อร่วมมือกำโจนาธานเพื่อผลิตยา ทุกคนล้วนรู้ดีว่านี่ไม่ใช่สายที่คุณพ่อถนัด ทว่าเนื้อหาในจดหมายกับทำให้ฉันเหมือนได้รู้ข่าวใหม่ อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกไม่คุ้นเคยขึ้นมา นี่ใช่คุณพ่อที่รักและทะนุถนอมฉันมาตลอดหรือเปล่า?
ฉันลบประวัติการใช้งานในโทรศัพท์ไปจดหมด และในที่สุดก็ผลอยหลับไป
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านไปสองสามวันโจนาธานก็ไม่ได้โผล่มาที่นี่เลย ฉันรับรู้มาจากพ่อบ้านว่าคืนวันนั้นเขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกโจมตีในคืนนั้น กำลังทำการรักษา นี่ก็เป็นการให้เวลากับตัวฉันด้วย ฉันตัดสินใจที่จะกลับบ้านไปเยี่ยมคุณพ่อสักพัก เพื่อลองค้นหาข่าวคราวว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ ความคิดนี้ทำให้ฉันตกใจไม่น้อย นี่ฉันกำลังสงสัยในตัวบิดาของตนเอง ไม่ไม่ ฉันก็แค่อยากจะยืนยันว่าฉันคิดผิด และทวงความบริสุทธิ์ให้คุณพ่อ คุณพ่อไม่มีทางทำแบบนั้น ท่านเป็นคนที่รักและทะนุถนอมภรรยาเป็นอย่างมาก จะมีความเกี่ยวพันกับการตายของภรรยาได้อย่างไร
เอ็ดมันด์ยังคงรับหน้าที่เป็นคนขับรถเช่นเดิม เขากลับมาเป็นคนที่มีท่าทางสุภาพเรียบร้อยเช่นเดิม ทำราวกับเรื่องราวในวันนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้ฉันถึงกับนึกสงสัยในตัวเองว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นคนปลอมตัวเก่งหรือทั้งหมดเป็นแค่ภาพในจินตนาการของฉัน
คุณพ่อดีใจมากที่ฉันกลับมาเยี่ยมบ้าน ท่านสั่งให้คนเตรียมจัดงานเลี้ยงต้อนรับขนาดใหญ่และเปิดแชมเปญเลี้ยงฉลอง แต่เมื่อรู้เรื่องราวในคืนที่มีคนบุกเข้ามาในคฤหาสน์ และโจนาธานถูกทำร้าย ท่านนั่งเงียบไม่พูดไม่จา ดูๆไปแล้วก็เหมือนว่าท่านดูจะนั่งไม่ค่อยติด
ฉันคิดว่าฉันจะต้องทำอะไรสักหน่อยแล้ว
ทุกอย่างในบริษัทยังคงเป็นไปตามปรกติ ตอนที่ฉันมาถึงด้านล่างบริษัทก็เห็นรถของคุณพ่อกำลังขับออกไป ช่วงเวลาแบบนี้โดยปรกติแล้วจะต้องกำลังประชุมอยู่ ทำไมคุณพ่อถึงออกจากบริษัทกันนะ พอได้สติฉันก็รีบให้เอ็ดมันด์ขับรถตามไป เอ็ดมันด์มองฉันอย่างแปลกใจอยู่แว๊บหนึ่งแต่ทว่าไม่ได้พูดอะไร เขาขับรถตามรถของคุณพ่อโดยเว้นระยะห่างไม่ใกล้และไม่ไกลจนเกินไป
รถของคุณพ่อจอดลงหน้าผับแห่งหนึ่ง ฉันมองเห็นคุณพ่อเดินเข้าไปในผับ จากนั้นรถก็ขับออกไป ฉันไม่กล้าตามเข้าไปจึงสั่งให้จอดรถอยู่ในที่ไม่ไกลออกไปจากร้าน ค่อย ๆ สำเร็จบริเวณรอบ ๆ เอ็ดมันด์ดูเหมือนจะมองทะลุความคิดฉัน เขาหันกลับกลับถาม “นี่คุณคิดไหมว่าผับจะมีประตูหลังน่ะ?”
หลังจากที่สายตาประสานกัน ฉันเอือมมือออกไปคว้าเปิดประตูรถ เขาโพล่งขึ้นว่า “ผมว่าคุณควรสวมหมวกสวมผ้าพันคอหน่อยน่าจะดี คุณไม่หนาวหรือ?”
ฉันเข้าใจได้ทันที เขาคงกลัวว่าฉันจะถูกจับได้ ผับมีประตูหลังอย่างที่คิดจริง ๆ มันเป็นประตูเชื่อมไปสู่ถนนสายอื่น ฉันแอบสุ่มดูอยู่ในร้านกาแฟใกล้ๆ
เป็นอย่างที่คิด หลังจากฟ้ามืดเงาของคุณพ่อก็ออกมาจากประตูหลังของผับ ฉันห่อตัวเอาไว้แน่นและเดินตามไปอย่างรักษาระยะห่าง สถานที่ที่คุณพ่อไปยิ่งเดินยิ่งไกล ยิ่งเดินคนก็ยิ่งน้อยลงเรื่อย ๆ ฉันไม่กล้าเข้าใกล้จนเกินไปเพราะกลัวว่าคุณพ่อจะรู้ตัว ทว่าน่าจะเป็นเพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นของหมาป่า คุณพ่อเริ่มเหลียวหน้ามองหลังบ้างบางครั้ง ทำให้ฉันต้องหยุดฝีเท้าแล้วรีบหาที่แอบหลบ
จู่ ๆ คุณพ่อก็หยุดฝีเท้าแล้วเดินกลับมาทางเดิม ใจฉันเต้นตุ้มๆต่อมๆ หรือว่าคุณพ่อจะรู้ตัวแล้ว ฉันกระโดดหลบอยู่ข้างหลังของรถบรรทุกที่แล่นผ่าน พยายามคิดหาทางหนีทีไล่ ถ้าคุณพ่อมาที่นี่จะทำยังไงดี
ทันใดนั้นเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉัน ฉันตกใจจนแทบจะกรีดร้องออกมา ร่างนั้นรีบขยับตัวเข้ามาจุมพิตฉันเอาไว้ ฉันตกตะลึงและเมื่อต้องการจะถอยห่างออกจากเขา ร่างนั้นกลับกระซิบคลุมเครือรอดไรฟันว่า “ให้ฉันจูบหน่อยจะเป็นไรไป?”
เอ็ดมันด์นั่นเอง เขาตามมาได้อย่างไรกัน?
ขณะที่ฝีเท้าของคุณพ่อใกล้ขึ้นมาเรื่อย ๆ ฉันก็ไม่มีเวลามาสนใจอะไรอีกแล้ว ฉันยื่นมือขึ้นไปโน้มคอเขาลงมาแล้วปล่อยให้เขาจูบตามอำเภอใจ ริมฝีปากของเขาเย็นเฉียบ เห็นได้ฉันว่าเขากอยู่ข้างนอกมาระยะหนึ่งแล้ว ทว่าลมหายใจของเขากลับร้อนผ่าว เขาสอดลิ้นเข้ามาเปิดฟันของฉันออกแล้วรุกรานเข้ามาในปากของฉัน
อืม..เขา… ความรู้สึกนี้ทำไมคุ้นเคยแบบนี้ราวกับว่านี่ไม่ใช่การจูบกันครั้งแรกของเราสองคน เขา…เขาเก่งเกินไปแล้ว! มือของเขาโอบที่เอวฉันอย่างไม่สงบ เราตัวแนบชิดสนิทกันจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิจากร่างกายเขา
เสียงฝีเท้าของคุณพ่อหยุดอยู่ไม่ไกลออกไป เราสองคนไม่กล้าแยกออกจากกัน ยิ่งไม่กล้าหันไปมอง ฉันตอบสนองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ จนกระทั่งคุณพ่อเห็นว่าเราสองคนเป็นคู่รักอารมณ์ร้อนที่ไม่อาจหักห้ามใจได้ เสียงฝีเท้าของเขาจึงค่อยๆไกลออกไป
ฉันรีบสลัดออกจากพันธนาการของเขา ทว่ากลับมองเห็นนัยน์ตาที่เป็นประกายของเขา “สาวน้อย นี่คุณจะตอบแทนผมอย่างไรดี? ตอบแทนผมด้วยร่างกายเป็นไง?” ฉันถลึงตาใส่ ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรอีกเอ็ดมันด์ก็ดึงฉันเข้าไปจูบอีกรอบ แต่จะว่าไป หมอนี่จูบเก่งไม่หยอก ทั้งรุนแรงและนุ่มนวลแบบนี้ ความขัดแย้งแบบนี้ทำให้หัวใจดวงน้อยของฉันเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ ฉันได้แต่จมดิ่งไปกับมันปล่อยให้เขาชักพาไปตามอำเภอใจ ฉันสัมผัสได้ถึงมือของเขาที่สอดเข้ามาใต้เสื้อผ้า สัมผัสผิวของฉัน ทว่าช่วงเวลานี้ฉันกลับรู้สึกสุขสมเป็นอย่างมาก
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาอีกครั้ง คุณพ่อกลับมาตรวจสอบอีกครั้งอย่างไม่วางใจ ในที่สุดเขาก็วางใจเดินจากไปจริง ๆ ฉันใช้แรงผลักเอ็ดมันด์ออกให้พ้นตัว ยกมือขึ้นเตรียมฟาดเขาไปสักฉาด แต่เขาจับมือฉันเอาไว้ได้ ไม่พอยังดูดนิ้วฉันอีก “คุณนี่มันพอข้ามแม่น้ำได้ก็รื้อสะพานทิ้ง ไม่มีอะไรจะพูดกับผมสักหน่อยหรอ”


