
ในมุมมืด บรรยากาศปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายของความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ เราสองคนเป็นเหมือนกับคู่รักที่แอบนัดพบกันใต้แสงจันทร์ มือของเขายังคงลูบอยู่บนเอวฉัน ฉันอยากปฏิเสธ ทว่ากลับรู้สึกอยากจะหยุดเวลาไว้อย่างนี้มากกว่า
เราสองคนประสานสายตากัน ลมหายใจของทั้งฝ่ายเริ่มสงบลงช้า ๆ จนเข้าสู่ภาวะปรกติ เทพธิดาจันทราเอ๋ย หากเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่อยากคิดเลยว่าพวกเราจะทำอะไรลงไปบ้าง
ฉันจ้องมองไปที่ทิศทางที่คุณพ่อจากไป สมองก็เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง พลังของเขตก็คือพลังของคุณพ่อ ฉันไม่สามารถที่จะไปโยกย้ายอะไรได้ มิฉะนั้นคุณพ่อจะรู้ได้ทันที แต่จะให้ล้มเลิกการค้นหาก็รู้สึกไม่สบายใจ ความจริงเรื่องการตายของคุณแม่แท้จริงเป็นอย่างไร เกี่ยวข้องอะไรกับคุณพ่อกันแน่ ? ฉันจะสืบหาเบาะแสอย่างไรดี?
ฉันเอาแต่จ้องมองไปที่ผู้ชายคนนี้ ความคิดของฉันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่หยุด พลันนึกไปถึงเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวอย่างนิโคล เธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม ภายใต้คำว่าลูกสาวของอัลฟ่าเพื่อนที่ฉันคบหาได้อย่างสนิทใจโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนก็มีแค่เธอคนเดียว แถมเธอยังเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ฉันสามารถเชื่อใจได้ แต่ว่าจะขอความช่วยเหลือจากเธอ? ไม่ได้ นิโคลมีข้อดีแต่เธอก็เป็นคนค่อนข้างใจปลาซิว เรื่องเสี่ยงอันตรายแบบนี้เธอทำไม่ได้อย่างแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดเรื่องที่เธอเป็นคนของเขตฉันอีก ฉันจะทำร้ายเธอไม่ได้ งั้นตอนนี้ยังมีใครที่สามารถไว้วางใจได้อีกกันนะ?
จู่ ๆ ก็อยากร้องไห้ขึ้นมา ฉันถูกคุณแม่ “ทิ้ง” ไปตั้งแต่เด็ก ท่านจากไปเร็วมาก ในช่วงวัยที่ฉันโหยหาความรัก คุณพ่อก็มาเปลี่ยนไปอีก เมื่อสิ่งที่รักที่สุดค่อยๆจากหายไกลหรือว่าอาจจะหักหลังฉัน ฉันรู้สึกหมดหนทางและโดดเดี่ยว ตอนนี้ฉันหวังอยากจะให้คุณแม่ฟื้นคืนชีพกลับมา โอบกอดฉัน ปลอบโยนฉัน เป็นพลังให้กับฉัน
เทพธิดาจันทราเอ๋ย! ได้โปรดนำทางให้แก่ลูก ลูกควรทำอย่างไรดี?
การหมดหนทางและความอ้างว้างทำให้ฉันคว้าเอาทุกสิ่งตรงหน้าที่สามารถคว้าเอาไว้ได้ราวกับคนจมน้ำที่ต้องการอยากจะมีชีวิตรอด
หลังจากที่มีสติกลับคืนมาจากความโศกเศร้า ฉันพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเอ็ดมันด์ หน้าอกของเขาช่างกว้างและดูแข็งแรง เขาในตอนนี้ไม่ใช่ผู้ชายขี้เล่น ไม่ใช่คนอันตรายอีกต่อไป มือของเขาตบหลังฉันเบา ๆ อย่างปลอบประโลมราวกับกำลังปลอบเด็กน้อยหลงทางที่ร้องไห้โยเย
การเต้นของหัวใจที่มั่นคงและมีพลังของเขาทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นของฉันสงบลง ความคุ้นเคยที่ยากจะอธิบายนี้ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย ฉันหลับตาลงเพื่ออ้อนวอนต่อเทพธิดาจันทรา ณ เวลานี้ปล่อยให้ลูกได้ลุ่มหลงมึนเมาอยู่เช่นนี้เถอะ
สักพักเมื่อคิดได้ว่าจะต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ฉันเองก็ไม่รู้ว่าการทำเช่นนี้มันถูกหรือผิด แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีเพียงแค่หนทางนี้เท่านั้น ฉันปาดน้ำตาทิ้ง ดิ้นหนีให้หลุดพ้นจากอกแกร่งของเขาพลางพูดกับเขาอย่างใจเย็น “เอ็ดมันด์ เรามาคุยกันดี ๆ เถอะ”
หน้าตาชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง ราวกับว่าเขามองทะลุปรุโปร่ง ฉันแสร้างทำเป็นมองไม่เห็นกล่าวกับเขาเสียงเรียบ “พวกเรามาตกลงกันดีไหม?”
เขาใช้สายตาราวกับกำลังตั้งคำถามให้ฉันพูดต่อ “คุณเองก็มองเห็นแล้ว ฉันกำลังตามสืบเรื่องราวในอดีต ฉันจะไม่อ้อมค้อม ตอนนี้ฉันต้องการคนช่วย คุณยื่นข้อเสนอมา ถ้าฉันคิดว่าเหมาะสมเราก็ตกลงร่วมมือกัน ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน เป็นยังไง?”
ดวงตาเขาฉายแววเยาะเย้ย เอ่อ หรือฉันมองผิดไป อย่างไรก็ตาม ฉันก็เป็นเหมือนปลาที่กระโจนเข้าไปในอวน “ทำไมผมจะต้องช่วยคุณ? คุณจะตามสืบพ่อของตัวเองเนี่ยนะ? เฮอๆ จะรับมือกับสุนัขจิ้งจอกเฒ่ามันไม่ง่ายเลยนะคุณ”
เขาทำให้ฉันมีน้ำโห นี่ฉันไว้หน้าเขามากเกินไปหรอเนี่ย ยังไงซะฉันก็คือบุตรสาวของผู้นำเขต ขอเพียงฉันแข็งแกร่งมากพอ อย่างไรในอนาคตก็ต้องเป็นหนึ่งในผู้คัดเลือกที่จะขึ้นเป็นผู้นำ ทำราวกับว่าหมอนี่ไม่มีเรื่องที่จะมาความช่วยเหลือในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น… “ฉันรู้ว่าคุณมีความลับมากมายที่ไม่สามารถบอกคนอื่นได้ เรามาคุยกันถึงเรื่องสายลับในเขตBกันดีไหม? วันนั้นคุณเอาอะไรออกไปจากห้องลับกันนะ? แล้วถ้าโจนาธานรู้เข้าเขาจะจัดการกับคุณยังไงกันล่ะเนี่ย ?”
ความตกตะลึงฉายชัดอยู่ในแววตาของเอ็ดมันด์ ดูหมือนว่าคำขู่ของฉันจะได้ผล ยิ่งทำให้ฉันกระหยิ่มใจกล่าวเสริมต่อทันที “ไม่ผิด ถ้าหากว่าคุณไม่ช่วยฉัน ฉันก็จะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนั้นไปป่าวประกาศ ฉันจะฟ้องโจนาธานว่าคุณใช้กำลังบังคับ หลังจากนั้นก็ข่มขู่ฉัน ถ้าหากฉันพูดออกไปคุณก็จะต้องโดนฆ่าปิดปาก คุณก็รู้จักนิสัยของโจนาธานดีนี่ ถึงแม้เขาอาจจะทำร้ายฉันด้วย แต่คุณลองคิดดูสิว่าระหว่างเราสองคนใครจะดวงซวยก่อนกัน”
ณ เวลานี้ เมฆดำบดบังแสงอาทิตย์ หน้าตาของเอ็ดมันด์เองมืดครึ้มไม่ต่างกัน
สีหน้าของเขาดูลึกลับคาดเดาไม่ได้ นัยน์ตาเย็นชาราวน้ำแข็ง ฉันมองความคิดเขาไม่ออก เขาขยับเข้ามาประชิดตัวฉันอีกครั้ง “สาวน้อย งั้นคุณว่าตอนนี้ผมฆ่าปิดปากคุณไปเลยไม่ดีกว่าหรอ?”
ฉันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันและความน่ายำเกรง นี่คืออีกมุมของเอ็ดมันด์ที่ฉันไม่เคยพบเจอมาก่อน
สัญชาติญาณแจ้งเตือนถึงความอันตราย และเพื่อการหลีกหนีที่รวดเร็วฉันกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าโดยไม่รู้ตัว
เขาคว้าหมับเข้าตรงกระดูกสันหลังส่วนเอวของฉัน นี่เป็นจุดอ่อนของมนุษย์หมาป่าอย่างพวกเรา ถ้าหากถูกควบคุมเอาไว้จะทำให้กลายร่างไม่สำเร็จ ทว่าตัวเขากลับกลายร่างเป็นหม่าป่าตัวสง่างาม
แต่ว่าเมื่อครู่ฉันกลายร่างไปแล้วบางส่วน ถึงแม้ว่าจะยังเป็นร่างของมนุษย์ แต่ว่าหางยาวปุกปุยกลับโผล่ออกมาแล้วนี่สิ
กรงเล็บหมาป่าของเขาตะปบเอาไว้ราวกับว่าจะทำให้ฉันแหลกสลายไปกับมือของเขา ลิ้นของเขาไล่เลียไปทั่วใบหน้าของฉัน บรรยากาศในตอนนี้ดูคลุมเครือและน่ากลัวไปพร้อม ๆ กัน ในตอนนี้ฉันก็เหมือนกับเหยื่อตัวน้อยในกรงเล็บของเขาไร้ซึ่งช่องทางหลบหนี
“ไหนลองบอกมาสิ คุณอยากให้ผมช่วยอะไร!”
คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดประโยคนี้ออกมา นี่เขาตกลังรับข้อเสนอแล้วหรอ?
“ฉันสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของคุณแม่ ถ้าคุณช่วยฉันตามสืบเรื่องนี้ ฉันก็จะไม่บอกใครเรื่องที่คุณเป็นสายลับ” บ้าเอ้ย ต่อหน้าพลังอำนาจแบบนี้ ถ้อยคำที่ฉันพูดดูไม่มั่นใจเอาเสียเลย แต่ก็ต้องลองสู้ดูสักตั้ง
เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วจึงกลายร่างกลับมาเป็นมนุษย์ตามเดิม เขาโน้มตัวลงมาจุมพิตบนใบหน้าฉันอีกครั้ง “เรื่องนี้ดูท่าจะยาก อย่างไรเพย์นก็เป็นผู้นำเขต การจะทำอะไรใต้จมูกเขานั้นต้องเผชิญกับความเสี่ยงค่อนข้างมาก ดังนั้นผมไม่ค่อยพอใจกับข้อเสนอของคุณสักเท่าไหร่ ถ้าเงื่อนไขของคุณมีแค่นี้ ผมว่าได้ไม่คุ้มเสีย”
เขาเก็บเอารังสีคุกคามกลับไป หลุบตามองต่ำพลางหยิบเอาหางของฉันขึ้นมาเล่น
“ปะ…ปล่อยนะ…” ฉันพูดอย่างตะกุกตะกัก ทำไมหางของฉันมันรู้สึกชา ๆ แบบนี้ นี่เขาทำอะไรของเขานะ?
เขาไม่พูดอะไรอีก ราวกับกำลังมัวเมาอยู่กับการเล่นหางของฉัน ทันใดนั้นก็เงยหน้าขึ้นมา “ครั้งหน้าก็กลายร่างเอาหูออกมาด้วยสิ”
พูดถึงหู ฉันก็อดไม่ได้ที่จะนึกไปถึงสิ่งที่เขาทำกับหูฉันในคืนนั้น หน้าแดงอย่างควบคุมไม่อยู่ พร้อมด่าเขาเสียงรอดไรฟัน “โรคจิต”
เขายิ้มออกมาอย่างมีความสุข จากนั้นจึงปล่อยมือหางฉันให้เป็นอิสระและหายวับไปในทันที
“มันไม่ง่ายเลยที่จะจัดการกับเพย์น ไม่เพียงแค่เสี่ยงอันตราย แต่เรื่องนี้ยังต้องค่อยเป็นค่อยไปด้วยจะได้ไม่ถูกเขาสังเกตเอาได้ง่าย ๆ เอาอย่างนี้เรามาทำสัญญากันดีไหม?”
“สัญญา?”
“ใช่ เรากำหนดสัญญาไว้3ปี ผมจะช่วยคุณสืบหาสาเหตุการตายของเซเลน่า ส่วนคุณจะต้องให้กำเนิดลูกๆให้ผม ยิ่งเยอะยิ่งดี” เขาพูดอธิบายเนิ่บ ๆ ในขณะที่ฉันสติหลุดไปแล้วเมื่อได้ยินเขาพูดจบ
ฉันเบิกตาโพล่งอยากไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน แผดร้องเสียงสูง “นี่นายล้อเล่นอะไรอยู่ห้ะ! คลอดลูกให้นายเนี่ยนะ ฝันไปเถอะย่ะ”
เขายักไหล่ “คุณลองพิจารณาดูเอาก็แล้วกัน คุณจะเป็นของเล่นให้โจนาธานหรือจะร่วมมือกับผม ผมสามารถรับรองความปลอดภัยของคุณได้ รับรองว่าเขาจะไม่สามารถรุกรานคุณได้อย่างแน่นอน คุณสนใจไหมล่ะ?”
ฉันตกตะลึงจนพูดไม่ออก นี่มันอะไรกันเนี่ย
“โอเค ดูเหมือนว่าคุณจะชอบตาแก่แบบนั้นมากกว่า นี่เขาเป็นพ่อของคุณได้สบาย ๆ เลยนะ ใช่สิ เขาแก่กว่าเพย์นอีกนี่นะ คิดไม่ถึงว่าคุณจะมีรสนิยมแบบนี้ รูปร่างหน้าตาแบบนี้เขาจะต้องรักหลงคุณหัวปักหัวปำแน่นอน หลังจากที่เขาเป็นของคุณแล้ว ไม่แน่เขาอาจจะช่วยคุณก็ได้นะ แต่ผมอยากจะขอเตือนคุณเอา ในคฤหาสน์เหล่านั้นมีเมียเล็กเมียน้อยอยู่นับไม่ถ้วนเลยล่ะ เมียหลวงของเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ยอมรับชะตากรรม คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้โจนาธานสามารถเอาคุณมาอยู่ในบ้านได้อีกคงจะเป็นการคุกคามต่ออำนาจของเธออยู่ไม่น้อย ฉะนั้นเธอจึงโกรธจนหนีออกนอกประเทศไป นี่ถึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ไอรินมาตามรังควานคุณแบบนี้ยังไงล่ะ ”
ห้า! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย
เมื่อเห็นว่าฉันไม่ได้ตอบอะไร เอ็ดมันด์จึงยิ่งพูดยุแยงต่อ “ความฝันของตาแก่บ้ากามนั่นก็คือการได้ตบแต่งเธอเข้ามาเป็นเมียน้อยของเขายังไงล่ะ ฉันว่าถ้าบาดแผลของเขาดีขึ้นยังไงก็คงไม่ปล่อยให้เธอรอดมือไปได้หรอก อีกอย่างนะ ตาแก่นั่นก็ค่อนข้างที่จะโรคจิตซะด้วย คุณน่าจะรู้ดีหนิ หึหึ ช่างเถอะ ในเมื่อคุณเองก็ชอบ งั้นผมก็คงไม่บังคับฝืนใจอะไร เชิญคุณไปบอกเรื่องที่ผมเป็นสายลับเถอะ ดูซิว่าเราสองคนใครจะตายก่อนกัน ยังไงถึงเขาอยากจะฆ่าผมแต่ก็ทำไม่ได้ง่าย ๆ ขนาดนั้นหรอก ขอให้มีความสุขนะครับ คุณผู้หญิงของคาร์ลที่งดงามของผม”
เขาหันหลังเตรียมเดินหนี ฉันถูกคำพูดที่น่าสยดสยองของเขาทำให้มีสติขึ้นมา “เอ็ดมันด์ เดี๋ยวก่อน” ฉันเรียกเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะเดินจากไป


