logo
Become A Writer
download
App
chaptercontent
บทที่ 3

ฉันถูกหมาป่ายักษ์กดทำเอาไว้ ราวกับต้องการจะกดให้ฉันหมดลมหายใจไป ในขณะที่กำลังรวบรวมพลังจะผลักมันออกไป แสงตรงหน้าว่างวาบขึ้นจนตาพร่า หมาป่ายักษ์ตรงหน้ากลายร่างมาเป็นคน

อ๊า! นี่มันเอ็ดมันด์หนิ!

สายตาของเขาแหลมคม รอบ ๆ ตัวเแผ่รังสีของการสังหาร เสียงกรีดร้องวิ่งมาอยู่ที่ลำคอ ทว่าเพียงพริบตาก็ถูกเขาเอามืออุดปากไว้ ร่างกายเขาแนบสนิทไปกับร่างกายฉันราวกับไม่มีช่องว่างให้สิ่งใดเล็ดลอดผ่านไปได้นี่ใช่คนเดียวกับคนขับรถที่สุภาพนอบน้อมเมื่อตอนกลางวันไหม เขาเป็นศัตรูของโจนาธาน? หรือว่าเป็นโจรขโมยของ? ฉันคิดอย่างเพ้อเจ้อ…นี่เขาคงจะไม่ฆ่าปิดปากฉันหรอกนะ!

“นี่สาวน้อย ถ้าไม่อยากให้ฉันกระชากคอเธอจนขาด ก็อย่าได้คิดส่งเสียงล่ะ!” เขายกมือข้างหนึ่งขึ้น ฝ่ามือยังไม่ได้เปลี่ยนกลับมา ยังคงเป็นอุ้งเท้าของหมาป่าอยู่ เล็บแหลมคมจ่อคอฉันเอาไว้ หากฉันขยับเพียงเล็กน้อยเล็บนี้ก็จะบาดคอฉัน นะ..นี่เขาฝึกมาจนถึงขั้นนี้แล้วหรอเนี่ย เขาสามารถควบคุมการแปลงร่างของตัวเองได้ตามอำเภอใจเราสองคนอยู่ใกล้กันมากจนฉันสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจของเขาที่เต้นอย่างมั่นคง

ฉันทำได้เพียงพยักหน้าอ่าเชื่อฟัง อุ้งเท้าของเอ็ดมันด์กลายมาเป็นฝ่ามือของคน ลูบไล้บนแก้มของฉันอย่างเบามือ พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวในที่สุดร่างกายของพวกเราก็แยกออกจากกัน ฉันสูดหายใจเข้าออกยาว ๆ

ทว่าทำไมเขาถึงมองเพ่งมาที่ฉันแบบนี้…เหมือนกับโจนาธานที่มองฉันเมื่อครู่

ให้ตายสิ หลังจากที่ฉันได้สติก้มลงมอง เมื่อครู่ร่างกายของเราสองคนแนบชิดกันขนาดนั้น ในขณะที่เสียดสีกัน คอเสื้อของฉันเปิดกว้างออก ฉันรีบคว้าคอเสื้อปิดไว้ เลือดวิ่งไปรวมกันอยู่บนใบหน้า ทะ..ทำไมฉันต้องอาบน้ำด้วยนะ…

เอ็ดมันด์ดึงสายตากลับไป เผยรอยยิ้มที่ไม่สามารถคาดเดาได้ เขาหมายความว่าอย่างไร? ทำสายตาราวกับว่าเขารู้ทุกอย่าง…..

ฉันได้ยินเสียงหัวใจของเต้นอย่างบ้าคลั่ง เทพธิดาจันทราเอ๋ย ได้โปรดบอกลูกด้วยว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครมาจากไหนกันแน่

เอ็ดมันด์ไม่ตอบอะไรอีก เขาเปิดประตูห้องนอนแล้วสังเกตสถานการณ์ภายนอกอยู่สักพักจนมั่นใจแล้วว่าในคฤหาสน์มีแต่ฉันอยู่คนเดียวถึงได้เดินออกไปเปิดประตูห้องหนึ่งออกตามอำเภอใจ

เอ่อ เขากำลังทำอะไรของเขานะ? นี่เขาไม่กลัวว่าฉันจะตะโกนกรีดร้องหรือลุกขึ้นมากลายร่างฆ่าเขาหรืออย่างไร? ฉันอดที่จะเดินตามเขาเข้าไปไม่ได้ อยากจะรู้ว่าเขาต้องการทำอะไรกันแน่ ผู้ชายคนนั้นกำลังค้นหาทุกซอกทุกมุมห้อง ดูเหมือนว่าจะกำลังตามหาอะไรบางอย่างอยู่ น่าแปลก ตึกสายรุ้งแห่งนี้มีความลับอะไรที่เขาอยากจะรู้อยู่อย่างนั้นหรอ ?

เห็นได้ชัดว่าเขาคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี หลังจากค้นดูทั่วทุกห้องแล้ว เขาก็พบเข้ากับห้องลับจริง ๆ ด้วย พระเจ้า! นี่ฉันเริ่มจะมึนงงแล้วนะ ฉันค่อยๆใช้มือทำท่าทางอยู่ด้านหลังเขา จะต้องใช้ท่วงท่าไหนหรือจะต้องชาร์จเข้ามุมไหนถึงจะสามารถจัดการให้เขาหมอบลงได้ ?

“นี่คุณกำลังคิดแปลงร่างลงมือจัดการผมอยู่หรือเปล่า? ”พูดราวกับว่าศรีษะด้านหลังมีดวงตามองเห็นได้ เอ่อ ฉันรู้สึกเขินอายเล็กน้อยที่เขารู้ว่าฉันอยากจะทำอะไร

“อย่าเสียแรงเปล่าเลย ต่อให้คุณกลายร่างก็ไม่มีทางเอาชนะผมได้ แทนที่จะบีบบังคับให้ผมฆ่าคุณ ไม่สู้คุณตามหลังผมมาเงียบๆ ดีกว่า มีชีวิตอยู่ไม่ดีหรือไง หรือว่าคุณ…”

เขาหันหลังกลับมา สองมือกอดอก แสดงสีหน้าท่าทางยั่วยุ “หรือว่าคุณอยากจะสร้างโอกาสในการแนบชิดสนิทเนื้อกับผม พูดออกมาตรง ๆ ก็ได้นี่นา เรื่องแบบนี้ผมทำให้ได้สบายอยู่แล้ว สามารถทำเรื่องที่โจนาธานทำไม่สำเร็จให้สำเร็จได้นะ” เขามองพิจารณาฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ว่าร่างกายฉันจะถูกห่อคลุมด้วยชุดอาบน้ำ ทว่าสายตาของเขาที่มองมาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังแก้ผ้าให้เขาเชยชมอย่างไรอย่างนั้น

ฉันหน้าแดงสั่งเขาเสียงเข้ม “ห้ามมองฉันโดยเด็ดขาดนะ!”

เขาหัวเราะขำ แต่ก็ไม่ได้หยอกล้อไรต่อ แต่ก้มหน้าก้มตาตามหาทางเข้าห้องลับของเขาต่อไป

ฉันรู้สึกว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือรีบกลับเข้าไปแต่งตัว ทว่าฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าตอนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเขาจะไม่บุกเข้ามา อีกใจก็อยากรู้ว่าเขาจะเจออะไรในห้องลับ ถ้าหากว่าฉันออกไปก่อน บางทีก็อาจจะพลาดอะไรเด็ด ๆ ไปก็ได้

หลังจากคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันกระชับคอเสื้อไว้แน่นแล้วเดินตามหลังเขาเข้าไป ห้องลับอยู่บนชั้น3ในห้องหนังสือ ภาพเขียนสีน้ำมันยุคกลางเป็นภาพวาดดวงดาวเต็มท้องฟ้า เขายืนอยู่หน้าภาพวาดพิจารณาภาพวาดอย่างละเอียด นัยน์ตาของเขาฉายแสงสีฟ้า เขาทำให้ฉันตกใจอีกครั้ง นี่เขาเป็นแค่คนขับรถจริง ๆ หรือ นี่ตอนนี้คนขับรถจำเป็นจะต้องมีพลังเวทย์อะไรแบบนี้แล้วหรอเนี่ย นัยน์ตาสีฟ้าหมายถึงแสงแห่งสติปัญญา ในเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่ามีแต่ผู้ที่ฝึกฝนจนเกิดปัญญาอันยิ่งใหญ่งจึงจะมีไว้ครอบครอง

“นี่เธอรู้สึกไหมว่าภาพวาดภาพนี้มันผิดปรกติ?” จู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมา ฉันมองไปรอบ ๆ ห้อง เอ่อ ก็ไม่มีคนอื่นหนิ

“ฉันถามเธอนั่นแหละ เธอคิดว่ายังไง”

ผู้ชายคนนี้นี่แปลกประหลาดซะจริง นี่เขาไว้ใจฉันมากขนาดนี้เลยหรอ ฉันขี้เกียจเกินกว่าจะมานั่งคิดวิเคราะห์จิตใจของเขาแล้ว พลันหันไปพิจารณาภาพวาดตามเขา “ภาพท้องฟ้านี่ เป็นตำแหน่งกลุ่มดาวแมงป่อง ทว่ามันไม่ควรมีดาวอยู่ตรงตำแหน่งตะวันออกเฉียงใต้ของกลุ่มดาวแมงป่อง ตรงนี้”

เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและเห็นด้วย จากนั้นเขาจึงหยิบแท็บเล็ตออกมาจากกระเป๋าเป้ เล็งกล้องไปที่ภาพวาดนั้นแล้วเริ่มปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว ปาฏิหาริย์บังเกิดขึ้นแล้ว ดวงดาวบนผืนผ้าใบเริ่มเคลื่อนที่ เมื่อดวงดาวในตำแหน่งที่ผิดกลับเข้าสู่สภาพปรกติ ผนังห้องก็ค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกมาจนทางลับปรากฏขึ้นตรงหน้า ฉันตะลึงงัน ผู้ชายคนนี้สามารถใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเปิดห้องลับได้ด้วย นี่เขายังมีอะไรที่ทำไม่ได้อีกไหมนะ

เอ็ดมันด์รีบเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว ภายในห้องลับมีสมบัติอยู่มากมาย มีภาพวาดอักษรโบราณ มีหน้าต่างอยู่ตรงกลางชั้นหนังสือหลายๆชั้น และมีระเบียงเล็ก ๆ อยู่ด้านนอก หากมองออกมาจากด้านนอกตัวอาคารห้องนี้ก็คงจะเป็นห้องธรรมดา คิดไม่ถึงว่าภายในจะมีอีกโลกหนึ่งซ่อนเอาไว้

กล้องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตของเอ็ดมันด์สแกนไปทั่วห้อง ในไม่ช้า ซอฟแวร์ของคอมพิวเตอร์ก็ส่งเสียงดังติ๊ดติ๊ดแจ้งเตือน เอ็ดมันด์ส่งเสียงดีใจแผ่วเบา เขาหยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากชุดเกราะตรงมุมห้อง

“มาร์ติน มานี่เร็ว” เอ็ดมันด์เดินออกไปตรงหน้าต่าง

ชายอ้วนผมดำยื่นหัวเข้ามาจากนอกหน้าต่าง เขารับเอากล่องที่เอ็ดมนด์ยื่นให้ ส่งยิ้มเห็นฟันมาทักทายฉัน “ไฮ อธากา สบายดีไหมเอ่ย?”

เอ๋? ทำไมเขาถึงรู้จักฉันด้วย ดูท่าทางเหมือนสนิทสนมกันมากอย่างไรอย่างนั้นแหละ เอ็ดมันด์โบกมือให้เขาออกไปดูต้นทางอยู่ด้านนอก ตัวเขากลับเข้ามาค้นหาของในห้องต่อ ที่นี่มีอะไรดึงดูดเขานะ ฉันอดไม่ได้ที่จะอยากรู้อยากเห็นตามไปด้วย และเริ่มสำรวจตามชั้นหนังสือด้วยเหมือนกัน

หนังสือบนชั้นจัดแบ่งตามประเภท มีทั้งที่เป็นหนังสือโบราณ มีทั้งที่เป็นบันทึกประจำวัน และยังมีที่เป็นจดหมายตอบโต้ที่ส่งไปมาหาสู่กันหลายฉบับ ฉันพลิกดูไปเรื่อย ๆ ในนั้นยังมีจดหมายหลายฉบับที่เผ่าต่าง ๆ ส่งมาขอความช่วยเหลือจากโจนาธาน การแพทย์ของเขาเป็นสิ่งที่ทำให้ใครต่อๆใครไม่สามารถโค่นเขาลงได้

ทันใดนั้น กล่องตรงหน้าดึงดูดความสนใจของฉันเอาไปจนหมด ขี้ผึ้งผิดผนึกด้านบนเป็นสิ่งที่ฉันคุ้นเคยมาก นี่เป็นรูปลายเฉพาะตัวของคุณพ่อ…หมาป่ายักษ์ที่มีท่อยาสูบคาบอยู่ในปาก แสดงถึงไหวพริบและความสง่างาม

ก่อนหน้านี้พวกเขาไปมาหาสู่กันด้วยหรอเนี่ย ความประหลาดใจทำให้ฉันยื่นมือออกไปเปิดอ่านจดหมายฉบับนั้น เนื้อความในจดหมายทำให้ฉันตกตะลึงเป็นอย่างมาก คุณพ่อกำลังพูดถึงผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาบางชนิด อีกทั้งยังกำชับให้โจนาธานใช้มันอย่างระมัดระวัง สิ่งที่ทำให้ฉันตกตะลึงมากที่สุดก็คือ คุณพ่อเขียนในจดหมายว่า “นายอย่าลืมเซเลน่าล่ะ ดังนั้น ฉันคิดว่านายควรพิจารณามันอีกครั้ง”

เซเลน่าคือชื่อของคุณแม่ นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน? คุณพ่อสนิทสนมกับโจนาธาน? ไม่เช่นนั้นทำไมต้องเขียนจดหมายปรึกษากันเรื่องปัญหาพวกนี้ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กันหรอกหรอ?

ฉันมองจดหมายในมืออย่างเหม่อลอย ขณะที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด…… ก็มีเสียงลมหายใจเบา ๆ เป่าอยู่ข้างใบหูก็ ฉันตกใจรีบหันหลังกลับไปดู มองเห็นเอ็ดมันด์ที่กำลังชิดตัวฉันอยู่ ฉันถอยหลังไปหนึ่งก้าวเอาจดหมายซ่อนไว้ในอก ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับคุณแม่อย่างไร ฉันจะต้องเก็บจดหมายฉบับนี้เอาไว้อย่างดี จากนั้นค่อย ๆ สืบหาเบาะแสที่เกี่ยวข้อง

ฉันเบี่ยงตัวหลบจากเอ็ดมันด์ เดินไปทางอื่น ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้หรืออย่างไรกันนะ เห็นได้ชัดว่าเอ็ดมันด์คงไม่ปล่อยฉันไปง่ายๆ เขาคว้าต้นแขนของฉันเอาไว้ ใช้แรงดึงเบาๆฉันก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดเขาทั้งตัว

ฉันร้องท้วงเบาๆ เขาดึงฉันไปติดกำแพงอย่างรวดเร็ว เขาใช้เพียงมือเดียวก็สามารถรวบทั้งสองมือของฉันเอาไว้ได้พร้อมกดติดไปกับผนัง ฉันคิดมาโดยตลอดว่าถึงแม้ตัวฉันจะหุ่นอ้อนแอ้น ทว่าพละกำลังก็มีไม่น้อย แต่ว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเอ็ดมันด์ที่ร่างกายแข็งแรงกำยำ ตัวฉันก็เป็นเหมือนแกะน้อยอ่อนแอตัวหนึ่งเท่านั้น

ลมหายใจของเขาขยับเข้าใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่กำลังตื่นตะลึงจึงคิอยๆหันหน้ากลับไปพูดอย่างตะกุกตะกัก “นะ…นี่นาย..จะ…จะทำอะไร…นะ..นายตามหาของของนายเจอแล้วหรอ ?”

เขาหัวเราะอย่างขบขำ ทว่านัยน์ตากลับสะท้อนความคิดจริง ๆ ของเขาในตอนนี้ ดวงตาดำสนิทที่มองไม่เห็นก้นบึ้งกับถูกไฟแห่งความต้องการแผดเผา ฉันถูกสายตาของเขาทำให้ตื่นตระหนกตกใจ “เอ็ดมันด์…นายปล่อยฉันก่อนได้ไหม…”

อยู่ดี ๆ เอ็ดมันด์ก็ขยับใกล้เข้ามาขบใบหูของฉัน…ทำเอาตัวอ่อนระทวยราวกับจะลงไปกองอยู่บนพื้น ฉันเผลอเปล่งเสียงครางออกมาอย่างไม่รู้ตัว ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าช่างไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย ไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร รู้แค่ว่าเสียงครางนั้นทำให้ฉันอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

เอ็ดมันด์หัวเราะเสียงต่ำ “ตั้งแต่ที่ผมเห็นคุณครั้งแรกก็รู้สึกว่าหูของคุณมันเล็ก ๆ กลม ๆ น่ากัดชะมัด คิดไม่ถึงว่าตรงนี้จะเป็นจุดไวต่อสัมผัสของคุณ…”

“นะ…นายอย่ามาพูดเพ้อเจ้อ…” ในตอนนี้ฉันไม่ใช่บุตรีที่กล้าหาญของผู้นำเขตอีกต่อไป แต่เป็นหญิงสาวผู้อ่อนด้อยประสบการณ์

เขาหัวเราะพลางกล่าว “วันนี้ผมไม่มีกะจิตกะใจจะหาอะไรแล้ว ไหนบอกมาสิ ว่าคุณซ่อนอะไรเอาไว้? หรือจะให้ผมช่วยคุณ1…2…”

ฉันรวบรวมพลังทั้งหมด ใช้แรงผลักเขาออกไป “นี่ไม่ใช่เรื่องของนาย”

เขายื่นมือออกมาอีกครั้ง …ดันเอาฉันเข้าไปอยู่ในแขนแกร่งสองข้างของเขา ร่างกายของเราสองคนแนบชิดกันมากยิ่งกว่าเดิม รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายิ่งทำให้ฉันลนลานมากกว่าเดิม ลมหายใจร้อนเป่ารด จนราสัมผัสได้ “นี่ เราสองคนลงเรือลำเดียวกันแล้วนะ เราสองคนร่วมมือกันไม่ดีกว่าหรอ?”

ร่วมมือ? คำนี้ทำให้ฉันที่ตกอยู่ในภวังค์ได้สติกลับมา

ฉันใช้แรงดันเขาให้ออกห่าง “นี่ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย เรื่องของฉันนายไม่ต้องยุ่ง”

“ปฏิเสธเร็วขนาดนี้ ไม่กลัวว่าจะเสียใจทีหลังหรอ ?” มือของเขาที่วางอยู่บนเอวหยิกเอวฉันเบา ๆ นี่วิญญาณฉันเกือบจะปลิวหายไปอีกแล้ว ผู้ชายคนนี้นี่มันอะไรกัน? ไม่ว่าเขาสัมผัสฉันตรงไหน ตรงนั้นก็ราวว่าจะติดไฟเอาให้ได้

จะเป็นแบบนี้ไม่ได้ มือของฉันสัมผัสเข้ากับแจกันดอกไม้ที่วางอยู่ข้างๆ จึงได้สติขึ้นมาทันที ให้ตาย! ถ้าหมอนี่กล้าเข้าใกล้อีกนิดเดียว แม่จะตีให้หัวแบะเลยคอยดู

Previous Chapter
Next Chapter